Bulletins in Trend#51:ไม่รักกันแล้ว ;-(

วันนี้มีข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์-18/02/2008 หลายฉบับให้ความสำคัญกับข่าวหนึ่ง
ดึงความสนใจจากเรื่องที่น่าละเหี่ยใจอย่างเศรษฐกิจและการเมืองได้ทีเดียว

“นิโคล-จิรศักดิ์เตียงหัก หย่าแล้ว”

จริงๆ ก็ไม่อยากเขียนเรื่องอินเทรนด์ “แบบนี้” สักเท่าไหร่
เห็นแล้วไม่จรรโลงใจ มีแต่ทำให้เกิดข้อกังขาถึงเรื่องสถาบันครอบครัว

พอดีมีเพื่อนร่วมงานในที่ทำงานของผมพูดคำนึง ซึ่งทำให้ผมคิด

“เออ…เดี๋ยวพี่จดก่อนนะ อะไรนะ” ผมได้ยินคำนี้แล้วรู้สึกว่าเป็น “คีย์เวิร์ด” สำหรับเรื่องรักร้างเตียงหัก

“ก็ไม่มีอะไรมากพี่ ทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องรองๆ แต่หลักๆ คือ ไม่รักกันแล้ว” จริงสิ น่าคิด

“ไม่รักกันแล้ว” น่าจะเป็นคำที่ใช้กรองมองคู่ร้างไม่อาจกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก

…..

คงไม่ต้องมาไล่เรียงหรือนับว่ามันเยอะแค่ไหน สำหรับคู่ร้างดาราในช่วงปีที่ผ่านมา
ซึ่งเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี และก่อให้เกิดคำถามต่อคนต่างๆ อย่างเช่นว่า

“ก็เห็นว่าเป็นคู่ที่น่ารัก หวานกันดี น่าอิจฉา แล้วทำไม?”

“เราต่างคนไม่มีเวลาให้กัน และผมทำหน้าที่สามีได้ไม่ดี” แมว-จิรศักดิ์ ปานพุ่ม เปิดใจกับนักข่าว

ในมุมมองคนนอก ที่ไม่อาจบอกได้ว่าทำไม จึงน่าจะอยู่ที่คนสองคนจะตอบคำถามเหล่านี้ได้ดีที่สุด

เมื่อสัปดาห์ก่อน ยู่ยี่ อลิสา อดีตนางแบบเนสกาแฟเชค ซึ่งไปแต่งงานกับสามีต่างชาติ ได้ออกมาเปิดเผย
ถึงสาเหตุการแยกทางกับสามีประมาณว่า “เข้ากันไม่ได้”

หรือคู่ของปุ๋ม ปนัดดา (วงศ์ผู้ดี) อดีตนางสาวไทยและพิธีกรสาวคนเก่ง กับสามีหนุ่มนักธุรกิจ
ที่แยกทางกันเพราะ “ทัศนะคติที่แตกต่างกัน”

อย่างคู่ของ โบ-ชญาดา น้องสาวสส.แบม จนิสตา หอบลูก น้องอชิ แยกคอนโดอยู่กับฟลุ๊ค เกริกพล
เพราะ “ความเจ้าชู้” ของสามี

และ ไปยาลใหญ่ อีกมากมายเหลือกล่าว

แต่ในทุกเหตุการณ์นั้น ลองเอาคำๆ นี้เป็นมาตรวัด ความสัมพันธ์ทั้งสองดูว่า

“ไม่รักกันแล้ว” ก็อาจจะมองเห็นต้นเหตุที่แท้จริงก็เป็นได้

……

“ไม่รักกันแล้ว”- ทำให้สามีภรรยาคนที่อยู่ด้วยกัน กลายเป็นคนคุ้นเคย
ไม่ต่างอะไรจากรูมเมท แชร์ค่าห้อง ตื่นมาแล้วแยกย้ายออกไปทำมาหากิน

“ไม่รักกันแล้ว” ชี้นกให้กลายเป็นไม้ไม่ได้อีกต่อไป น้ำต้มผักที่ว่าหวานกลับชืดจางและขื่นขม

“ไม่รักกันแล้ว” ทำให้ความคิดเรา ต่างกันเกินไป แอม-โอเค บัด ยูอาร์ โน โอเค

“ไม่รักกันแล้ว” จึงไปมี กิ๊ก กั๊ก หรือก็คือ ชู้ นั่นแหล่ะ ไม่ต้องพูดให้ดูดี

“ไม่รักกันแล้ว” คำนี้น่าจะลองมาคิดทบทวน

อาจเคย “รักกัน” แต่เดี๋ยวนี้  “ไม่รักกันแล้ว”
ภาพความรักที่หวาน ก็เป็นเรื่องจริง ไม่ได้แสร้งหลอกใคร

……

ผมคงไม่อาจจะะเขียนแนะนำได้ว่า “ควรรักษาความรักอย่างไร”
ถึงอย่างนั้นก็เชื่อว่า ความรักที่สมบูรณ์นั้นมีอยู่จริง
และขอให้รักเหมือนอย่างที่รักในวันแรกๆ ที่รัก

ถ้าความรัก มาจากพระผู้สร้างที่ “ธำรงชีวิต”
ความรักนั้นก็เหมือนอย่างการมีดำรงอยู่ และมีชีวิต

คำว่า “ไม่รักกันแล้ว” ก็จะไม่เกิดกับคู่รักที่รักษาชีวิตรักนั้น

ลองกลับมาถามใจตัวเราเองดูว่า “รักของเรายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?”

Trendy Teddy