Bulletins in Trend No.43: ละครรักเธอทุกวัน

วันก่อน (31/05/07) Td Td ไปเดินเล่นที่ห้าง The Mall ท่าพระมาครับ
 
หลังจากที่ห้างปิดซ่อมอยู่หลายเดือน ก็เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
คนนับหมื่นทะลักแห่กันไปในวันเปิด เห็นคนแน่นขนัดอย่างนี้…
ทำให้ออกจะหวั่น ๆ ว่ามันจะ “พังครืน” ลงมาหรือเปล่าหนอ
เพราะว่าสาเหตุที่ห้างต้องปิดซ่อมนั่นก็คือมีรอยร้าวในตัวอาคารต่อเติมนั่นเอง
 
มี Event ยาวเหยียดน่าสนใจจัดอย่างต่อเนื่องถึง 4 วัน
และเพราะมีศิลปินในดวงใจไปร้องเพลงที่นั่น Td Td จึงแวะไป
เจ้าของเสียงร้องบทเพลง “คนข้างล่าง” และ “คะแนนแห่งชีวิต”
เบน ชลาทิศ ผู้ร้องเพลงรัก อารมณ์แจ๊ส ได้อย่างเข้าถึงหัวใจของ Td Td
เรียกได้ว่าเป็นเพลงประจำตัวของ Td Td เลยก็ได้ (ชอบที่ซู๊ด)
 
(แต่เพลงที่ชอบไม่เคยเปลี่ยน ฟังที่ไร T_T ซาบซึ้งนึกถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของ God
ก็เป็นเพลง “รัก” ที่ขับร้องโดย นภ พรชำนิ เพลงพวกนี้แต่งโดยคุณ Boyd ขอรับ)
 
หลังจากนั้นพอดีเดิน ๆ ไป แล้วรู้สึกหิวแก่วขึ้นมา กะจะเลี้ยวเข้าร้าน KFC
เพราะป้ายเมนูใหม่ดึงดูดใจ “ข้าวไก่สไตล์เกาหลี” K-Trend นี่ยังแรงอยู่จริง ๆ
(แต่นึกขึ้นได้ว่า ที่บ้านเพิ่งทำไก่ทอดไว้นี่หว่า)
 
เลยนึกถึง ละครไทย กลิ่นอายเกาหลี ที่รู้สึกประทับใจอดไม่ได้ที่จะเขียนถึง
เหมือนครั้งที่ได้ดูละครเรื่อง “อุ้มรัก” มาเล่าสู่กันฟัง
 
วันนี้จะเขียนเรื่อง “ความชอบพอ” และ “ความรัก” ครับ
ผ่านทางละคนเรื่อง “รักเธอทุกวัน” ซึ่งกำลัง On Air อยู่ทางช่อง 3 ขณะนี้
 loveeveryday.jpg
เรื่องย่อ
ใครใคร่จะอ่านเรื่องย่อก็ตาม Links ละกัน เง็งเหมือนกันว่าทำไมมี 2 Versions
http://www.thaitv3.com/drama/50loveeveryday/index2.html
http://webboard.siamza.com/view.php?id=88868&cat=1
(อันแรกน่าจะเป็น Version เดิม อันหลังเป็น Version เมื่อทำเป็นละคร)
 
บังเอิญหรือว่าจงใจ
มีคนโพสต์ว่าเรื่องนี้ดันไปเหมือน MV เกาหลีศิลปินกลุ่มหญิงวง K.I.S.S
เพลง “Because I’m a girl” ซึ่งเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตเมื่อปี 2002 ของที่นั่น
 
ถ้าใครดู Youtube ได้ ดูทางนี้เลยครับ http://www.youtube.com/watch?v=c7zXe2fioco
 

becauseimagirl.jpg
ไม่รู้ว่าเป็นความ “บังเอิญหรือว่าจงใจ” เพราะไม่ว่าจะเป็น
- พระเอกเป็นช่างภาพ นางเอกเป็นช่างผม
- นางเอกบังเอิญเดินเข้ามาในเฟรมตอนที่พระเอกเล็งถ่ายรูปอยู แล้วพระเอกก็ตกหลุมรักนางเอก
- มีฉากที่นางเอกสระผมให้พระเอก
- นางเอกประสบอุบัติเหตุตาบอด
- พระเอกสละดวงตาให้นางเอก โดยนางเอกมารู้ทีหลัง
 
อะไรจะเหมือนมิปาน เฮ้ย ลอกกันนี่หว่า :-P
เอาเป็นว่า “ได้รับแรงบันดาลใจ” มาจาก MV นี้ละกัน
 
แต่ว่า…ดูแล้วจะโกรธไม่ลง เพราะเล่นได้น่ารัก น่าให้อภัยม๊าก
ภาพสวย เพลงเพราะ ใส่ใจรายละเอียด เนื้อหากินใจตามสไตล์เกาหลี
บวกกับรสชาติเผ็ดร้อนอย่างไทย ๆ (ในบทเกี่ยวกับความอิจฉาริษยา)

สิ่งดีที่ชอบในละครเรื่องนี้ นอกจากความน่ารักกุ๊กกิ๊กของพระเอกนางเอกแล้วนั้น
ยังชอบความมุ่งมั่นนางเอกในการทำสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝัน และการพัฒนาตัวเองเพื่อความฝันด้วย
ดูเป็นนางเอกที่มีคุณค่า มีความสามารถ ไม่ใช่แค่สวยที่รูปอย่างเดียว
 
เราจะเห็นความมีคุณค่า ภายในตัวละคร และทำให้เขา/เธอคนนั้นเป็นที่รัก จากในละครเกาหลี
เช่น เรื่อง “ฉันนี่แหละ คิม ซัม ซุน” ที่นางเอกหุ่น X(L) แต่มีสิ่งดีข้างในหลายอย่าง แล้วก็ทำ Bakery เก่งด้วย
 
ตอนที่ Td Td ชอบ
ชอบตอนที่วาทิน (เคน) บอกรัก ไอริสา (อ้อม) เป็นไดอะล็อกที่ไม่มีอะไรใหม่ แต่อิ่มใจ (อยากจะเล่าอ่ะ)
 
หลังจากงานเปิดร้าน Delaila วาทินกับไอริสา มานั่งคุยกันที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง (สวนสันติชัยปราการ)
 
วาทิน: “มีอีกเรื่องที่ ที่ผมยังไม่ได้บอกคุณริสา”
ไอริสา ทำท่านึก ๆ อยู่สักพัก พอจะเชื่อมโยงได้ว่า วาทินมีอะไรจะบอกเธอ ทว่าถูกขัดจังหวะตอนเมื่ออยู่ที่งานนั้น
ไอริสา : “อะไรหรือคะ”
วาทินทำท่าอ้ำอึ้งไปสักพักเหมือนกำลังจะบอกอะไรที่สำคัญมาก ไอริสาได้แต่มองหน้าวาทินรอให้เขาพูด
วาทิน : “ผมรักคุณครับ คุณริสา”
ไอริสาเงียบเหมือนจะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี่ ก่อนที่จะพูดว่า
ไอริสา : “มันยังเร็วไปที่จะพูดคำนี้ คุณยังไม่รู้จักฉันดีพอ”
วาทิน : “ไม่เร็วไปหรอกครับ เคยไหมครับที่รออะไรสักอย่าง แล้วได้พบสิ่งที่รอคอย”
          “ผมเป็นช่างถ่ายภาพ เคยที่ต้องรอทั้งวันหากวันนั้นไม่มีแดด”
          “และแล้วก็มีช่วงเวลาหนึ่ง ที่แดดส่องลอดผ่านก้อนเมฆ กระทบกับใบไม้ที่กำลังสั่นไหว”
          “และผมก็รู้ว่าเวลานั้น(ที่องค์ประกอบเหมาะสำหรับการถ่ายภาพ) ก็มาถึง ทำให้ผมถ่ายภาพได้สวยที่สุด”
          “คุณเป็นช่วงเวลานั้นของผมครับ คุณริสา”
st.jpg 

ป้อมพระสุเมร ในสวนสันติชัยปราการ ที่มีทิวทัศน์สวยงามในยามค่ำคืน เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นสะพานพระราม 8
* td td เคยเขียนเรื่องสั้น “ทิวา ทานตะวัน” โดยให้ฉากร้านของพระเอกอยู่ตรงข้ามสวนสันติชัยปราการนี้แหละครับ เพราะประทับใจที่นี่
 
ไอริสา : “แล้วคุณเคยไหมคะ ที่หลังจากนั้นเพียงไม่ถึง 5 นาที คุณก็ได้ภาพที่ดีกว่า”
วาทินตอบไอริสาอย่างรู้สึกประหม่า วาทิน : “เคยครับ”
ไอริสา : “หากคุณมีฟิลม์ที่มากพอ คุณจะได้ภาพที่สวยงามมากมาย จนคุณอาจลืมภาพแรก ๆ ที่คุณได้ถ่ายไว้เลยก็ได้”
วาทินมองสบตาริสา เหมือนบอกความรู้สึกส่งผ่านดวงตานั้น ถึงความมั่นใจในความรักที่เกิดขึ้นของเขาที่มีต่อเธอ
วาทิน : “ผมอาจเจอผู้คนมากมายแต่ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับใครเลย”
           “แต่เมื่อคุณเข้ามาทุกอย่างในชีวิตผมก็เปลี่ยนไป”
           “ภาพความรักของผมถ่ายได้เพียงครั้งเดียว วันนี้คุณอาจไม่เชื่อ แต่ต่อไปคุณจะรู้”
 
จำได้ประมาณนี้น่ะครับ เล่ามาให้ฟังตก ๆ หล่น ๆ ไปบ้าง ไม่ว่ากันนะครับ
 
เมื่อดู “รักเธอทุกวัน” จะเห็นถึงพัฒนาการของความชอบพอ จนมาเป็นความรักได้ดีกว่าละครไทยหลายเรื่อง
 
1.ความรักมีพัฒนาการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน (ซึ่งข้อนี้หลายคนมักจะเร่งรัดรู้สึกไม่ทันใจ)
 
คือเริ่มจากประทับใจ เริ่มต้นรู้จัก เรียนรู้สิ่งดี/ไม่ดี ปรับทัศนะคติ มีเหตุการณ์ที่ทำให้ตัดสินใจที่จะรัก
ผ่านการทดสอบความรักนั้น เผชิญความไม่เข้าใจ/เข้าใจผิด ยืนหยัดมั่นคงในรักนั้น
 
ช่วงเวลาที่วาทินบอกรักไอริสา เธอบอกเขาให้ทบทวนความรู้สึกของเขาให้ดีก่อน
แต่ Td Td เข้าใจพระเอกของเรา (เพราะเป็นคนแบบเดียวกัน :-P ) ถึงภายในใจของเขา
ชอบไอริสา ครับที่มีความคิด และรักษาท่าที เธอมีมุมมองที่จะคิดเห็นแบบนั้นตามสิ่งที่ปลูกฝังเธอมา
 
ประเด็นอยู่ตรงนี้ ความชอบพอประทับใจ เป็นประตูบานแรกที่อาจนำไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์
(แต่ความสัมพันธ์นั้นจำต้องอยู่บนสิ่งที่ถูกต้องควรเป็น ไม่ผิดต่อศีลธรรม จริยธรรม)
ส่วนการสานสัมพันธ์ต่อนั้น เป็น “การเลือก” ของคนนั้น ๆ เอง
จากนั้นการรู้จักกันจะเป็นตัวคัดกรองว่าคนนี้เป็นอย่างไร คนที่รู้จักตัวเอง ก็มีแนวโน้มที่จะรู้ใจตัวเองด้วย
 
2.ความรักไม่ใช่ความอ่อนแอซึ่งหลายคนอ้างว่าไม่อาจบังคับตัวได้
 
คงเคยได้ยินคำว่า “Can’t help falling in love”
ดูเหมือนว่าไม่มีทางเลือกให้ไม่ต้อง “ตกหลุมรัก”
 
ความจริง หากเราชอบใครสักคนหนึ่ง
 
ก็มีทางเลือกของหัวใจเหมือนกัน ก่อนที่จะรักเขา
แต่ทางเลือกที่ว่านั่นก็คือ เลือกที่จะรัก เลือกที่จะให้เขามีคุณค่าสำคัญสำหรับใจ
หรือเลือกที่จะอยู่เพียงแค่นั้น ละที่จะคิดเกินไปไกลกว่าที่ควรจะคิดถึง
 
ความรักแท้ต้องเข็มแข็งพอที่จะยืนหยัด และรู้จักบังคับตัว
การปล่อยใจให้รักคนที่ไม่เหมาะสมนั้น เป็นเรื่องที่สามารถบังคับห้ามใจไม่ให้เกิดได้
รวมถึงการให้เกียรติคนที่รักด้วยการรู้จักบังคับตัว ไม่ล่วงเกินอีกฝ่าย
 
หลายคนทำผิดพลั้งและอ้างว่า “เพราะรัก”
จริง ๆ แล้วถ้า “รัก” น่าจะเข้มแข็งยืนหยัด
มันน่าจะงดงามกว่า ว่างั้นจริงไหม
 
3.ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน
(และอย่าลืมข้อที่แล้วด้วยนะครับ ให้ตั้งอยู่บนความถูกต้องด้วย)
 
ถ้าดูต่อไป จะพบว่า “ชเวง” เพื่อนและลูกพี่ลูกน้องที่มีปมด้อยเปรียบเทียบและอยากเอาชนะวาทิน
โดยคิดจะจีบ ไอริสา ตอนแรกก็เพื่ออยากเอาชนะวาทินเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นรักจริงในเวลาต่อมา
 
ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ถ้ามีเพียงฝ่ายเดียว
นั่นเรียกว่า “แอบรัก” แต่ว่าก็คือรัก ไม่ได้ด้อยค่าแม้ว่าจะได้รับถูกดูถูกปฏิเสธ
(อย่าดูถูกใครที่เขา/เธอที่มารักเรา แม้ว่าเขา/เธอจะไม่หล่อไม่สวย อ้วนผอม ดำขาว รวยจนก็อย่าดูถูกเขา/เธอ)

บางทีเป็นเพราะคุณความดี ของผู้ที่แอบรักเราอยู่นั่นแหล่ะ
ทำให้เราเห็นว่า เขารักเรา อย่างมั่นคง อดทนได้อยู่เสมอ
เป็นความรักที่ฝ่ายหนึ่งริเริ่มก่อน แล้วเราจึงรักเขา
 
อะแฮ่ม Td Td หมายถึง ความรักที่พระเจ้าทรงรักเราครับ
ทรงรักเราก่อน ทรงริเริ่มที่จะรัก และทรงดีเสมอ เราจึงรักพระองค์
แม้ว่าหลายคนดูหมิ่นปฏิเสธพระองค์ ก็ไม่ได้ทำให้ความรักนั่นด้อยคุณค่า
ในแง่มุมนี้เองเมื่อก่อนเราจึงไม่เคยรู้ว่า พระองค์ทรง “แอบรัก” เราอยู่
 
พระองค์ทรงรักเรา เลือกที่จะรัก และตัดสินใจที่จะรักเสมอ
ทรงเห็นเรามีคุณค่าและสำคัญสำหรับพระองค์อย่างแก้วตาดวงใจ
 
เรารักพระองค์มาขึ้น เพราะเราได้รู้จักพระองค์มากยิ่งขึ้น ผ่านช่วงเวลาพิสูจน์ในหลายอย่าง
จะรู้จักได้ต้องเริ่มจากการเปิดเรียนรู้ว่าทรงเป็นอย่างไร ใช้เวลาในการเรียนรู้จัก ใกล้ชิด สื่อสาร
 
ความจริงมีอะไรให้เขียนอีกเยอะ แต่แค่นี้ก่อนละกัน
……..
 
ปล. ฝากเกร็ดขำ ๆ เรื่องหนึ่งที่ได้จากละครเรื่องนี้
ถาม : ใครคือช่างตัดผมที่เก่งที่สุดในโลก
ตอบ : นางเดไลลาห์ (ภรรยาของแซมสัน) ที่ทำให้ชายผู้แข็งแกร่งที่สุดหมดเรี่ยวแรงลงได้ เพราะนางตัดผมเขา