หายไปเดือนนึงเห็นจะได้ นอกจากที่ไปขอนแก่น 1 อาทิตย์และที่ยุ่ง ๆ กับการเคลียร์งานแล้ว
ก็มีที่ต้องเตรียมสอบ “ข้าราชการรัฐสภา” นี่แหละครับ
การสอบแบ่งเป็น 3 ภาค (เรียกว่า “ไตรภาค” แบบ The Lord of The Rings ได้หรือเปล่านะ)
- ภาค ก. ความรู้ความสามารถทั่วไป คือ สอบภาษาไทย และความรู้ในสถานการณ์ปัจจุบัน และเรื่องรัฐธรรมนูญ
ฉบับชั่วคราว ปี 2549 ซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมถึงกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ
เอ่อ…ขอสรุปความรู้สึกในการสอบมาเป็นบทกลอนให้ฟังครับ
ใด ใด ในโลกล้วน นิจจัง
คนไม่อ่านหนังสือยัง สอบได้
คนอ่านหัวแทบพัง สอบตก
คิดได้อย่างนี้ไซร์ อย่าได้ อ่านมัน
- ภาค ข. ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ตำแหน่งที่ Td Td สมัครนั้น
เป็นเจ้าหน้าที่ “วิเทศสัมพันธ์” ตามสายที่เรียนจบมาขอรับ (ทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)
ผลการสอบตอบได้เลยว่า “Surely-อย่างแน่นอน”
แต่เป็น “Surely Failed-สอบตกอย่างแน่นอน” นอนน้ำตาไหลพรากจนวันนี้ยังไม่หายเลยครับ
คงไม่ต้องพูดถึงภาค ค. สัมภาษณ์เพื่อความเหมาะสมกับตำแหน่ง
….
ครั้งที่แล้วเขียนเรื่อง Website Censorship ที่ Block web อย่าง Youtube และ Pantip.com ห้องราชดำเนิน
ความจริงตั้งใจจะเขียนเรื่อง “Deva Marketing-จตุคามรามเทพ” เป็น Bulletins 43
แต่ติดด้วยเรื่องของเวลาและการเตรียมข้อมูลครับ งานของ Td Td คงยุ่งถึงกลางเดือนหน้าเป็นอย่างน้อย
จึงขอข้ามเรื่องนี้ไปในการส่งให้อ่านเป็น Bulletins in Trend ที่ส่งเป็น E-mail ครับ
จะ Post ไว้ใน Blog “http://trendyteddy.wordpress.com” อันเป็น Blog ที่เป็นทางการของกระผมเอง
ฉบับนี้คงเป็นการทักทาย (เพราะหายไปนาน) เสียมากกว่า
และตามข่าวมาให้เรื่อง Youtube.com จากเรื่องตอนที่ 42 ซึ่งเป็นกรณีกว่า 1 เดือนมาแล้วยังคงเป็นประเด็นร้อนอยู่
….
มีหลายคนคงได้ Mail ที่เกี่ยวกับ Youtube ในกรณีปล่อยให้มีคนนำ Cliip ล้อเลียนหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
และทาง Google ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Youtube ไม่ยอมจัดการจริงจัง เช็คยื้ออยู่นั่นหล่ะ
ที่ Td Td ไม่เอารูป หรือ Clip ตัวนั้นลง คงเข้าใจนะครับเพราะไม่อยากให้กระทบความรู้สึก
แต่ดันมีคนส่งต่อ ๆ กันไปได้ และหากใครเข้า Youtube ได้ (อย่างที่ Td Td ทำงานอยู่-เข้าได้)
ก็จะพบว่ายิ่งมี Clip แบบนี้มากขึ้น จัดการไม่หมดเข้าไปใหญ่ และกระตุ้นความสนใจทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ
จนในที่สุดประเทศไทยตัดสินใจที่จะฟ้องร้องผ่านทางศาล (เดาว่าคงเป็นศาลอนุโญตุลาการระหว่างประเทศ)
เพราะเรื่องนี้ผิดกฎหมายไทยและกระทบความรู้สึกของคนไทย โดยประเทศไทยฟ้องศาลเรื่อง Youtube
ในกรณีละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและละเมิดกฎหมายของประเทศอื่น ๆ ไม่ใช่เพียงประเทศแรก
ไม่น่าแปลกใจที่ทาง ICT ยัง Block Youtube อยู่และควรจะดำเนินการอย่างจริงจังเช่นนี้
ในฐานะที่ Td Td เป็น User Youtube คนหนึ่ง (www.youtube.com/trendyteddy)
ที่ใช้ Upload โฆษณาที่ชอบ ๆ และดูปังคุงใน Youtube (ตอนนี้เลยดูไม่ได้-เพราะ User คนนั้นเข้ามาไม่ได้
)
มีความเห็นว่า “ทำไม” Youtube ละเลยเรื่องเหล่านี้ ทั้ง ๆ ที่ใน Youtube มีการให้แจ้งว่า Clip ไหนไม่เหมาะสมก็ได้
เสียความรู้สึกไม่น้อยเพราะเมื่อก่อน (ก่อนที่ Google จะเข้ามาซื้อกิจการนั้น มัน Clean กว่านี้เยอะ)
เรื่องนี้ต้องถามจริยธรรมของเจ้าของ Youtube หรือ Google นั่นเอง
ทีประเทศจีนนั้น Google ยอมให้ประเทศจีน Censor เรื่องเกี่ยวกับการเมือง กับการแลกให้ Google สามารถ
ประกอบการในจีนได้ อย่างนี้เขาเรียกว่า “Discrimination” หรือที่เรารู้จักกันดีในการมี “Double Standard”
ประเทศจีนเป็นประเทศใหญ่ นั่นก็หมายถึงตลาดที่ใหญ่ เมื่อเทียบกับประเทศไทยแล้ว ถือว่าเป็นตลาดที่เล็กมาก
ในสายตาของ Google ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร แต่กลับเกรงใจจีน เพราะด้วยประชากรที่มาก
เป็นพันล้านคน และอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต/คอมพิวเตอร์ของประชากรจีนนั้นมีมากขึ้นทุกวัน ๆ
ซึ่งจีนเองนั้นเขาก็มี Search Engine ยอดนิยมที่มีส่วนแบ่งทางตลาดสูง (ซึ่งไม่ใช่ Google) ดังนั้นหาก Google
สมานฉันท์กับรัฐบาลจีนได้ นั่นย่อมหมายถึงการเข้ามามีอิทธิพลและส่วนแบ่งการตลาดต่อคนนับพันล้านของจีน
รู้จัก Google
Google บริษัทผู้ให้บริการการค้นหาทางอินเตอร์เน็ตระดับโลกรายนี้ อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา จดทะเบียนใน
ตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (ในปี 2006) ถึง 3.077 พันล้านดอลล่าร์ มีพนักงานกว่า
1 หมื่น 2 พันคนนี้ มีจุดเริ่มต้นจาก Idea ของสองหนุ่มสมองใส Larry Page และ Sergey Brin ขณะที่พวกเขา
กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย Stanford ในปี 1996
การก้าวมาเป็น Search Engine ยอดนิยมระดับโลกของ Google ซึ่งปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดในด้าน
Internet Searching กว่า 56 เปอร์เซ็นต์ และมีภาษารองรับในการใช้งานมากกว่า 100 ภาษาทั่วโลก
มีส่วนมาจากระบบการค้นหาอัจฉริยะแสนสะดวกรวดเร็วปานติดจรวด หาอะไรก็ตามได้เพียงเสี้ยววินาที
(และเด็กไทยก็มักใช้ Google หาอะไรที่มันสร้างสรรค์มาก ๆ เช่น “เซ็กซ์” “แอบถ่าย” เป็นต้น)
เป็นเพราะ Google มีเครื่องมือซึ่งเรียกว่า “BOT” คอยที่จะเข้าไปตามโครงข่ายอินเตอร์เน็ต เพื่อสำรวจเว็บต่าง ๆ
แล้วทำการสร้าง Index ดัชนี รวมถึงสำรองข้อมูล Web page นั้น ๆ ไว้ ที่น่าตลก แต่ก็เป็นข้อดีประการหนึ่งคือ
แม้ Website บางที่ลบ page บางหน้าไปแล้ว แต่ยังเรียกมาดูได้จาก Google น่ะครับ นับว่ามีประโยชน์ดี
นั่นเพราะฐานข้อมูลที่ Google สำรองไว้ มีมหาศาลมาก…อาจจะใหญ่กว่าฐานข้อมูลกระทรวงกลาโหมสหรัฐด้วยมั๊ง
อา…สงสัยใช่ไหมครับว่า Google ทำงานอย่างไร จึงสร้างมูลค่าหรือรายได้ เพราะให้บริการค้นหาข้อมูล
ลองพิมพ์ Key word สักคำลงไปดูสิครับ จะมี “โฆษณา” โผล่ออกมาให้รำคาญใจด้วย นั่นแหละครับ
แหล่งที่มาของรายได้ Google คือ เมื่อมีใคร Click เข้าไป Link โฆษณาซึ่งต้องประะมูลจาก Google
ผู้โฆษณาต้องเสียตังค์ให้กับ Google เป็นค่าโฆษณา ซึ่งก็แล้วแต่ว่า Key word คำนั้น ๆ มีมูลค่ามากแค่ไหน
ก็ตั้งแต่ 10 เซ็นต์ จนหลายสิบดอลล่าร์ก็มี
Google เป็นบริษัทข้ามชาติที่น่าติดตามข่าวนะครับ ว่ากำลังจะทำกิจการอะไร เพราะหากตามข่าวก็จะเห็นว่า
Google เข้ากว้านซื้อกิจการต่าง ๆ ส่งผลให้ขนาดบริษัทใหญ่โตมโหฬทึก ก้าวไปทางไหนก็สั่นไปทั้งแผ่นดิน
ไม่รู้ว่ากรณี Anti-Google ของไทย จะมีผลอย่างไร เพราะมีข่าวบางกระแสว่าจะให้ปิด Google ในไทยด้วยซ้ำ
งั้นฉบับนี้แค่นี้ก่อนนะครับ
ส่วนภาพข้างล่าง พอดีว่า ใช้ Google หาข้อมูล เลยเอามาตกแต่งภาพเล่น ๆ ถ้าไป Search หาใน Google ก็คงไม่มี
Trendy Teddy
10/05/2007





No comments yet
Comments feed for this article