มันเป็นบ่ายแก่ๆ กับกาแฟในถ้วยเก่า กองงานยังพะเนิน
เสียงอึงๆ จากโต๊ะข้างๆ เอื้อเฟื้อเสียงเพลงจากวิทยุอย่างไม่ถามความสมัครใจของคนฟัง
มีเพลงๆหนึ่งลอยเข้ามากระทบโสตประสาท ก่อให้เกิดความรู้สึกแปลบขึ้นมาในใจ
พลันทำให้น้ำตาของผมไหล อย่างไม่มีเหตุผล ราวกับว่ากาแฟที่เพิ่งซดดื่มไปเมื่อกี้ผสมด้วยวาซาบิญี่ปุ่น
(อย่าเอาอะไรมากกับผมเลยครับในช่วงนี้ แค่เห็นลูกแมวหลงทางยังพาลร้องไห้ได้)
เพลงที่ทำให้ผมรู้สึกอย่างนี้ และเป็นปฐมเหตุแห่งการแต่งเรื่องสั้น
คือเพลง “คำไม่กี่คำ” ของ BoyPod อัลบัม Bitter Switter เพลงรักขมๆ ระคนความหอมหวานของวันวาน
เรื่องที่ไม่คิดว่าจะเขียนได้แล้ว ในวันวาเลนไทน์ปีนี้ ความว่างเปล่าของสมองเล็กๆ ที่วนเวียนอยู่แต่ “วาระคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (อูบันตู)”
กลีบถูกจุดประกายเล็กๆ ขึ้นมา เนื้อหาของเพลง ที่คนๆ หนึ่งแอบรักเพื่อนของตัวเอง แต่ไม่กล้าบอก
“คำไม่กี่คำ” ที่หากได้พูดออกไป ผลลัพธ์มันนั้นจะเป็นเช่นไรหนอ
ความรักที่ต้องเก็บไว้ กับความในใจที่พูดออกไปแล้วทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป อย่างไหนจะเจ็บปวดกว่ากัน
ผมจึงเริ่มเขียนเรื่องสั้น Bulletin in Love อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ไม่ได้เ่ขียนมานาน
นานกว่า 1 ปีครึ่ง…
ขอบคุณ พี่น้อย ที่ตอนนี้อยู่อินเดีย เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อน แกส่งไฟล์ไฟล์เพลงพะหัวข้างหน้าประมาณว่าเกี่ยวกับวาเลนไทน์
เป็นเพลงภาษาญี่ปุ่น ที่ฟังแล้วก็อดขำๆ ไม่ได้ว่า-แกชอบแบบนี้นะเหรอ
ผมเลยนึกพลอตเรื่องเริ่มและเติมเต็มได้ เพราะวัฒนธรรม-ภาษาญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่ผมคุ้นเคยอยู่แล้วตั้งแต่สมัยม.ปลาย
ขอบคุณ คุณที่ชื่อว่า “ประสบการณ์” ที่ทำให้รู้จักความหวานขน ระคนกันไป จะว่าไม่เคยมีความสุขเลยก็ไม่ใช่
แต่การเรียนรู้สิ่งที่ผ่านมาแล้วนั้น และยังยืนหยัดคงอยู่เป็นสุขได้ เป็นรางวัลแห่งชีวิตที่ไม่น่าจะหาจากที่ไหนได้
นอกจากเรียนรู้จากคุณคนที่ชื่อว่า “ประสบการณ์” นั้น
…..
Bulletin in Love: ไม่…เหมือนเดิม
มมีเรื่องเล่าว่า ขณะที่นักศึกษาไทยคนหนึ่งขณะกำลังผ่านด่านตรวจคนของญี่ปุ่น
กลับถูกกักตัวไว้เพราะตรวจพบว่ามีสิ่งหนึ่งผิดปรกติที่เขานำเข้าเมืองมาด้วย
เมื่อเจ้าหน้าที่จะหยิบขึ้น ก็พลันสะบัดมืออย่างแรง เพราะตกใจกับสิ่งที่หยิบขึ้นมา
ขวดพลาสติกนั่นตกลงบนพื้น
ความโกลาหลเกิดขึ้น เมื่อคนข้างหลังร้องโวยวายกันใหญ่ เพราะเห็นว่าข้างในขวดมีสิ่งมีชีวิตเป็นแมลงชนิดหนึ่ง
ตัวเท่าหัวแม่โป้ง ปีกสีน้ำตาลไหม้
“แมลงสาบ” (aburamushi-ในภาษาญี่ปุ่น) เสียงอึงลั่นแต่แปลได้ใจความอย่างเดียวกัน
ฝาเปิดออกเพราะแรงกระแทก ไม่นะ…แมลงสาบนับสิบ กำลังจะกรูออกมาจากปากขวดแล้ว
“ตายแล้ว คุณเอาสิ่งนี้เข้าประเทศไม่ได้นะ” เจ้าหน้าที่โวยวายลั่้น มากไปกว่านั้นคือ กลัวว่าแมลงสาบมันจะออกอาละวาด
แต่นักศึกษาไทยคนนั้นไม่ได้พูดอะไร ก้มลงหยิบขวดพลาสติกนั้นด้วยใจเย็น และตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แปลได้ว่า
“ไม่ต้องห่วงครับ แมลงสาบพวกนี้มาจากเมืองไทย…มีพฤติกรรมที่ชอบแก่งแย่งกัน”
“เห็นไหมครับ ว่าไม่มีสักตัวออกมาได้ เพราะไม่อยากเห็นเพื่อนของมันได้ดีกว่า มันฉุดตัวที่กำลังจะออกกันเอง”
นักศึกษาขยับฝาปิดขวดแน่นและมอบให้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นคนนั้น
…..
ชานนทร์ นึกถึงเรื่องเล่าของเด็กสาวคนหนึ่งที่ “อำ” ตน ตอนที่เขากำลังจะไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่่อ 3 ปีก่อน
เขานึกๆ อยู่ว่า ถ้ามีเรื่องเล่าสักเรื่อง ที่จะอำ ชาวญี่ปุ่นได้ น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นข่าว ที่แม้เขาอยู่ญี่ปุ่นยังได้ยินข่าวนี้
“ต้องอำเรื่องตัวเงินตัวทองพลอดรักกันหน้าำทำเนียบ…” ชานนทร์นึกเล่นๆ กับตัวเอง
เขาเดินรอบๆ สนามบินสุวรรณภูมิ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มาเหยียบเยือน ในฐานะนักศึกษาที่ไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วกลับมาบ้าน
พยามมองหาดูว่า รอยแตกรายงาหลังคารั่วแตกซึมและเสาตะเคียนมันอยู่ต้นไหนตรงไหน
ชานนทร์ลากกระเป๋ามาถึงที่จอดรับส่งผู้โดยสาร เรียกเท็กซี่คันหนึ่งได้
“อีกเดี๋ยวสินะจะได้เจอกันแล้ว” ชานนทร์นึกถึงธัญญา เด็กสาวคนนั้นที่เล่าเรื่องแมลงสาบให้เขาฟัง
“ไปซอยสวนพลูนะครับ ข้างๆ ตรวจคนเข้าเมือง”
…..
ชานนทร์ หนุ่มนักศึกษาสาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่ออนุปริญญาที่ประเทศญี่ปุ่น 3 ปี
ซึ่งได้รับการติดต่อจากอาจารย์ที่ปรึกษาในช่วงชั้นปีสุดท้าย
การที่นักศึกษาต่างชาติจะเรียนในประเทศญี่ปุ่นนั้น จำเป็นต้องปรับพื้นฐานทางภาษา 1 ปี
บวกกับเรียนอนุปริญญาอีก 2 ปี
เป็น 3 ปีที่ผ่านไปไวในความรู้สึกของชานนทร์
เชามองทิวทัศน์รอบๆ ตึกรามบ้านช่องเกิดขึ้นรายทางตามที่ถนนตัดผ่านไป
สิ่งที่เหมือนเดิมในความรู้สึกของเขา คือ เรื่อง “ถนน” ที่ไม่เคยตัดผ่านและทำเสร็จ
ไม่ขุดท่อ ก็วางสายไฟ พอวางสายไฟเสร็จ การประปาก็มาขุดอีก
จนถนนบางสาย มีคนเอาป้ายปักไว้ว่า “ห้ามขุด 10 ปี”
แค่ 3 ปี หลายสิ่งหลายอย่างนั้นเปลี่ยนไป ทางที่เคยคุ้นเคยกับไม่คุ้นเสียแล้ว ด้วยความเปลี่ยนแปลง
ไม่เหมือนเดิม…
คนขับรถคนนี้ ไม่ชวนพูดอะไร ได้แต่เปิดเพลงให้ลูกค้าฟังแทน
ชานนทร์ เอนหลังพิงตัวอย่างผ่อนคลาย ยังอีกไกลกว่าเขาจะไปถึง
“พี่ครับถ้าใกล้ถึงแล้วช่วยปลุกผมด้วยนะครับ”
“แต่เธอจะได้ยินอะไรจากใจฉันไหม ได้ยินใช่ไหมว่าอึดอัดใจแค่ไหน”
“ที่ต้องเก็บกดคำๆ นี้ให้อยู่แค่หัวใจ เพราะไม่กล้าเลยสักที”
แว่วเสียงเพลงกับสิ่งที่เขาจำได้ลางๆ เหมือนความฝัน คือความทรงจำของเขา ก่อนที่จะหลับลงเพราะระยะและการเดินทาง
…..
“ชาน ทำอะไรอยู่ ไปติวหนังสือกัน” ธัญญามาชวนชานนทร์ไปติวหนังสือกับเพื่อนๆ เห็นเขากำลังง่วนกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์กับหน้าจอคอมพ์ซึ่งกระพริบพร่า
มีตัวเลขแสดงเป็นแถวยาวเป็นพรืด
“รู้ไหม รหัสไบนารี่โค้ดของบรรทัดนี้ มันแปลว่าอะไร” เขาพูดโดยยังไม่หันมองเด็กสาว ได้แต่ก้มหน้าก้มตา
01001001001000000110110001101111011101100110010100100000011110010110111101110101
*(แปลเลขตัวอักษรข้างต้นเป็นคำได้จาก http://nickciske.com/tools/binary.php โดยคัดลอกไปวางและกด decode)
“ตัวอักษรแต่ละตัวที่เราเห็นจากจอคอมพิวเตอร์น่ะ”
“มาจากการทำงานของวงจรเล็กๆ นับพันล้านตัว ที่เปิดปิดสลับกระแสไฟ”
“0 หมายถึง ปิด และ 1 หมายถึง เปิด” ธัญญาทำหน้างงๆ ฟังชานนทร์อธิบายศัพท์ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าปวดหัว
“1 เลขหมายถึง 1 บิต, 8 บิตเท่ากับ 1 ไบต์ หรือตัวอักษร 1 ตัว”
“หรือเขียนให้เข้าใจง่ายหน่อย ได้ดังนี้”
01001001 00100000 01101100 01101111 01110110
01100101 00100000 01111001 01101111 01110101
“อะไรของนายอ่ะ ไม่เข้าใจ ฉันไม่ใช่คอมพิวเตอร์นะยะ”
“ฮึๆ” ชานหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนที่จะแสดงผลงานประดิษฐ์ เป็นตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ที่ฝังแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์มีหน้าปัทม์แสดงผล
“ดูนะ…” เขาเชื่อมสายไฟต่อกับที่ต่อถ่าน ตุ๊กตานั้นเริ่มส่งเสียงเป็นเพลง และแผงหน้าปัทม์มีตัวอักษรสีแดงๆ
“อ่านไม่ออก” ธัญญาชะโงกเข้ามาดูใกล้ๆ เห็นแต่คำที่ไม่สมบูรณ์ มีแต่ขีดเส้นตรงเส้นขวาง อ่านไม่เป็นคำ
“แหะๆ…คงจะยังใช้ไม่ได้มั้ง” ชานหัวเราะเกลื่อนหน้าแดง รีบเก็บเจ้าตุ๊กตาตัวนั้นและเก็บอุปกรณ์ทุกอย่าง
ก่อนที่จะคว้าหนังสือรีบออกไปติวกับธัญญ์
“ถ้าจะบ๊องส์ไปแล้วซะเพื่อนเรา” ธัญญ์ยิ้มกับความเปิ่นเนิร์ดของเพื่อนตัว
…..
และอย่างที่ตั้งใจของเด็กทั้งสอง แต่เหมือนความไม่บังเอิญที่พวกเขาได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ชานนทร์ ได้เข้าคณะวิทยาศาสตร์สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ภาพลักษณ์เด็กหนุ่มขี้อายเก็บตัว แต่มีความอัจฉริยะด้านตัวเลขและตรรกะศาสตร์
ส่วนธัญญา เลือกเรียนคณะ นิติศาสตร์ ตามความฝันของตัวเองที่อยากเป็นทนายความเหมือนอย่างคุณพ่อที่เสียไป
“แม่ฝากน้องเขาด้วยนะ” น้าประภาฝากธัญญาไว้กับชานนทร์ในวันปฐมนิเทศน์นักศึกษาใหม่
ด้วยความไว้วางใจจึงฝากลูกสาว ซึ่งเป็นเพื่อนวิ่งเล่นวัยเด็กอายุใกล้เคียงกันของธัญญาลูกสาวของเธอ
ไว้กับเด็กหนุ่มที่เธอรักเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง
น้าประภารู้จักครอบครัว ไม่สิ เด็กชายจากบ้านเด็กกำพร้าคนนี้ ว่าเป็นเด็กใฝ่ดี และเห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย
พ่อแม่ของชานประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่ชานยังเด็ก ทิ้งสมบัติไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในการดูแลจัดการมรดกของทนายสุกฤษฎ์สามีที่ของเธอนั่นเอง
ส่วนชานได้มาอยู่และเติบโตในบ้านเด็กกำพร้ามหาเมฆ
“แหม ผมต้องฝากให้ยัยธัญญ์ ดูแลผมฝากกว่านะครับ” เขาหันไปทางธัญญา แล้วออกอาการหัวเราะร่า
ธัญญาเป็นเด็กผู้หญิงที่ร่าเริง แข็งแรง เพราะเธอเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลหญิงในกีฬาสีของโรงเรียนทุกปี
ออกดูเธอเป็นทอมบอย แต่จริงๆ แล้วแอบหวานอย่างไม่น่าเชื่อ
“นี่แน่ะ นายว่านินทาอะไรฉันกับคุณแม่” ธัญญาหยิบตำราคว้าหมับ แต่ไล่ตีชานนทร์ที่ทำท่าทะเล้นใส่
“พอได้แล้วจ๊ะ นั่น เสียงกริ่งเรียกนักศึกษาขึ้นตึกแล้ว” ประภาปรามลูกสาว และไล่ให้รีบไปรายงานตัว
ภาพในความฝันตัดผ่านมาอีกภาพอย่างรวดเร็ว
ภาพเขา น้าประภา และธัญญา ยืนอยู่ประตูทางเข้าตรวจเข้าของผู้โดยสารที่กำลังขึ้นเครื่องบิน
เสียงน้าประภาที่บอกกับชานให้เตรียมตัว
“พอได้แล้วจ๊ะ นั่น เสียงเรียกให้พี่เขาขึ้นเครื่องบินแล้วจ๊ะ” น้าประภาบอกธัญญ์ ให้เลิกแกล้งอำชาน เรื่อง “แมลงสาบ” นั้น
“แม่ก็…” หญิงสาวทำหน้ามู่ไปทางแม่ ก่อนที่จะทำเสียงร่าเริงบอกเขากึ่งเล่นกึ่งลา
“อย่าไปหลงเสน่ห์สาวญี่ปุ่นเข้าล่ะนะ…รักษาสุขภาพด้วย รักนะจุ๊บๆ”
“ลานะครับ…ไปก่อนนะ” ชานไห้วประภาและบอกลาคู่สองแม่ลูก
เขาเหลียวหันมองสองแม่ลูกอีกครั้ง ก่อนเสียงเรียงเตือนเป็นครั้งสุดท้าย
มือที่ซุกอยู่กระเป๋าด้านในของโค้ดเสื้อนอก เหมือนจะหยิบบางสิ่งออกมา
เขาลังเลใจก้าวเหมือนจะหันกลับ ก่อนสาวเท้าก้าวกลับไป
….
“จะให้ผมจอดตรงไหนดีครับ” พี่คนขับปลุกชานนท์ให้ตื่นขึ้น ขณะที่รถกำลังเลี้ยวเข้าจากถนนใหญ่เข้าสู่ซอยสวนพลู
“ตรงไปตามทางก่อนครับ แล้วเลี้ยวขวาตรงโน้น”
รถมาจอดหน้าบ้านสวนเล็กๆ เป็นเรือนไม้สองชั้นทาด้วยสีฟ้าพาสเทลอายุน่าจะราวประมาณสามสิบปี
เจ้าของบ้านเสียชีวิตไปแล้ว เหลือเพียงแต่ภรรยาเจ้าของบ้านกับลูกสาววัย 25 ปีอยู่กันตามลำพัง
น้าประภากำลังกวาดใบไม้อยู่ลานหน้าบ้าน พอได้ยินเสียงรถมาจอด จึงเดินเข้ามาดู
“ตายแล้วพ่อคุณ กลับมาทำไมไม่บอก คิดถึงจังเลยลูก” ไม่ทันที่ชานนทร์ได้วางกระเป๋าเพื่อไหว้น้าประภา
น้าประภาของเขาก็คว้าตัวเข้ามากอดและหอมแก้มอย่างเอ็นดู
“ธัญญ์ มาดูสิจ๊ะว่าใครมา” “ค๊ะแม่” เสียงลูกสาววิ่งลงส้นตึงๆ จนชานหวั่นๆ ใจว่าเรือนไม้จะพังหรือเปล่าหนอ
“แน๊ะ…แม่บอกกี่ครั้งว่าอย่าวิ่ง ไม่เป็นผู้หญิงเล๊ย” แม่เอ็ดเจ้าตัวซนของเธอ ตอนเด็กๆ เป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้นไม่เปลี่ยน
“ชาน…ชานนทร์จริงๆ ด้วย” หญิงสาวแสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้า วิ่งรี่ปรี่ตรงเข้ามา
“เฮ๊ย…อ๊อก หายใจไม่ออก ไอ้ธัญญ์” ธัญญาเล่นกระโดดกอดล๊อคคอชานนทร์ ประภายิ้มส่ายหัวกับความไม่รู้จักโตของลูกสาว
ภาพความอบอุ่นของครอบครัวสองแม่ลูก ทดแทนความเหงาเดียวดายของเด็กชายที่ไม่ได้รับจากครอบครัว
เพราะความสูญเสียแต่วัยเยาว์ที่อุบัติเหตุ พรากคนที่เขารักไปถึงสองคน
ธัญญ์กับคุณแม่เป็นหนึ่งในกำลังใจที่เขามี ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เขาก็รู้ว่ายังมีที่แห่งนี้ที่จะเป็นเหมือนเดิมต่อเขาเสมอ
“แม่ค๊ะ นี่กี่โมงแล้วคะ” หญิงสาวอุทานขึ้น เหมือนนึกอะไรได้สักอย่าง
“บ่ายโมงแล้วจ๊ะ ลูกมีนัดไม่ใช่เหรอ” น้าประภาเตือนความจำลูกสาว ธัญญ์บอกกับแม่ว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ
“จริงซิ แม่คะ หนูไปก่อนนะคะ, ชาน เราไปก่อนนะ แล้วค่อยคุยกัน” ธัญญ์จุ๊บเบาๆ ที่แก้มของชานทีหนึ่ง และหยิกจมูกเขาเบาๆ
“เขารีบไปไหนเหรอครับ” ชานกำลังงงๆ เอามือลูบๆ แก้ม ไม่ทันที่เขาจะหน้าแดง หญิงสาวก็วิ่งตัวปลิวออกไปที่รั้วแล้ว
“อ๋อ เขามีนัดกับเพื่อนชายน่ะ ไปเที่ยวด้วยกันกับกลุ่มเพื่อนๆ”
“เหรอครับ” ชานมองตามอย่างเหม่อๆ น้าประภาพูดอะไรอีกสองสามประโยค แต่เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ยินที่น้าประภาพูดเลย
….
คุณเคยรู้สึกอย่างนี้ในบ้างครั้งไหมว่า
“ถ้าให้ย้อนเวลาได้สักครั้ง และให้กลับไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้สักอย่าง…”
คุณจะเลือกกลับไปช่วงเวลาไหน เพราะอะไร?
ภายในห้องพักของชานนทร์ในมหาวิทยาลัย ห้องของว่าที่อาจารย์ฝึกสอนตามทุนที่ต้องใช้คืน
หลังจากจัดแจงสิ่งต่างๆ แล้ว เขาก็ล้มพับตัวลงนอนด้วยความเพลีย
ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในกลางดึก เหมือนจิตใจจะทวงคำถามที่ค้างคาไว้เมื่อกลางวัน
เขารู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนกายหน้าผาก ตามองดูพัดลมเพดานที่กำลังหมุนช้าๆ วนเป็นรอบๆ
เขานับรอบพัดลม โดยคิดว่า “คงเหมือนกับนับแกะล่ะมั้ง” อาจช่วยให้เขาหลับลงได้
“เขามีนัดกับเพื่อนชายน่ะ…” คำของน้าประภา ก้องอึงอยู่ในหัวของเขา กับความคิดที่สลัดไปไม่ได้สักที
เสียงบ่นพรำงึมงำ เป็นตรรกะอย่างหนักเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ใช้เวลาประมวลนานเกิน
if
grep “she” `find . boyfriend` | sed (sad) -ie > for i
fi
“บ้าน่ะ…เราควรยินดีกับเขาไม่ใช่เหรอ” ชานนทร์กำลังฟุ้งซ่าน แม้ความคิดก็ยังรวนเป็นภาษาคอมพิวเตอร์
ชานดีดตัวลุกขึ้นมา ลากกระเป๋าเดินทางซึ่งเขาเข็นเก็บไว้ใต้เตียงชั่วคราว และเปิดกระเป๋าหยิบสิ่งหนึ่ง
“ธัญญ์…” ชายหนุ่มเม้มปาก หยิบเจ้าหมีเท็ดดี้ตัวนั้น ที่ชื่อ 01001001 00100000 01101100 01101111…(ย่อ)
เขาไม่อาจบอกใครได้ว่า คิดถึงและรู้สึกเช่นไร ต่อเธอ
“ธัญญ์ รู้ไหมว่าเราอยากให้และอยากบอก…” ตุ๊กตาหมีไม่พูดอะไรตอบ ไม่มีคำตอบสำหรับความรู้สึกที่ไม่ได้เอ่ยออกไป
ถ้าวันนั้น เธอรู้ ในวันนี้ ที่ของฉัน จะอยู่เช่นไรในวันนี้
มีคนเคยบอกนะว่า การที่แอบรักใครคนหนึ่ง แล้วไม่บอกไป เป็นเรื่องน่าเศร้าใจยิ่งกว่า การที่ได้บอกแล้ว ไม่ถูกรักตอบ
สำหรับชานแล้ว เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าหากบอกไปแล้วจะเป็นอย่างไร เขากลับมานึกย้อนถึงเรื่องเก่าๆ อีกครั้ง
….
“นายจะให้ตุ๊กเท็ดดี้ตัวนั้นกับแอนใช่ไหม” แอน ที่ธัญญาหมายถึง คือเด็กผู้หญิงสาวสวยน่ารักแบบสไตล์ที่ชานนทร์ชอบ
แอนเป็นเพื่อนนักเรียนซึ่งเรียนห้องเดียวกับชานและธัญญ์ตั้งแต่ ม.5 ครั้งหนึ่งชานนทร์เคยบอกธัญญ์ว่า เขาชอบผู้หญิงแบบนี้
“ไม่กระโดกกระเดกแบบแก อากัปกริยาเรียบร้อย ฉลาดน่ารัก เพอร์เฟ็กต์” ชานนทร์แจกหมัดแยบแนะแหนเพื่อนของตัวซึ่งหน้า
“เขาก็ไม่ชอบนายมหาเนิร์ด ที่วันๆ พูดเป็นแต่ภาษาคอมพ์เหมือนกับนายหรอกย่ะ” ธัญญาจี้แทงใจดำ จนหน้าหงาย
“เฮ้ย ไอ้ชานกับไอ้ธัญญ์กัดกันอีกแล้ว มันน่าจับเป็นแฟนเสียจริงๆ นายธัญญา กับนังชานนทร์ โห่” เพื่อนปากหมานแซววี๊ดวิ้ว
“ไม่ใช่เว้ย” ธัญญาหยิบไม้กวาดไล่ตีทะโมนปากหมาน ที่โห่ร้องกิ๊วก๊าวอย่างชอบใจ
เป็นอย่างนี้แต่เด็ก ที่ธัญญ์ทำหน้าที่เหมือนคนที่ปกป้องชานจากการถูกล้อเลียนรังแก มีเพียงแค่ครั้งเดียวที่เขาปกป้องและดูแลธัญญ์
ชานนทร์ยังจำเหตุการณ์นั้นได้ดี ตอนนั้นไปค่ายทัศนะศึกษาที่ชายทะเลแห่งหนึ่งตอน ม.4
ธัญญาเด็กสาวจอมแก่น ตกลงใจกับเพื่อนของเธอ 4-5 คน ซึ่งก็ลากชานไปด้วย ขึ้นบานาน่าโบ๊ท (เรือกล้วย)
“แฮ่ ตัวหารน่ะนะ” ไอ้บ้า รู้ก็รู้ว่าเพื่อนไม่มีตังค์ ยังจะเก็บเงินเพื่อนอีก ชานนทร์คิด ก่อนจะสวมชูชีพขึ้นเรืออย่างสู้ไม่เต็มใจนัก
“วู๊…” ธัญญาคะนองอย่างได้ที่ ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่รู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลังต่อจากนี้ ว่าอาจทำให้เธอจบชีวิตลงได้
เรือกล้วยเทกระจาดเพื่อให้คนบนเรือลอยคอกลางทะเล อันเป็นสัญญาณว่าหมดรอบแล้ว มันมีธรรมเนียมอย่างนี้
แต่ดูเหมือนว่าเด็กๆ บนเรือนั้นไม่รู้
“ว๊าย…” เสียงร้องอย่างตกใจ ชานนทร์เองก็ไม่รู้มาก่อนว่าจะต้องเป็นแบบนี้
เหมือนภาพน้ำลอยกระเซ็นขึ้นมา ตัวหมุนคว้างอยู่รอบครึ่งก่อนสีช้างกระทบลงน้ำ เรือกล้วยทับใครคนหนึ่งไว้ใต้เรือ
“ธัญญ์…ธัญญา” ชานนทร์ ซึ่งยังตกใจอยู่แต่ก็ไม่ห่วงตัวเอง เขาห่วงเพื่อนของเขา มากกว่าลืมนึกถึงเรื่องสำคัญอีกอย่างขึ้นมาได้
ครั้นคว้าแขนของธัญญ์ได้ก็ช่วยประคองกับเพื่อนอีกคนจนถึงฝั่ง ชานนทร์ที่ตอนนี้ขาเขากึ่งเป็นตะคริว นั่งนวดขาตัวเองอยู่ริมหาด
น้ำมันลึกพอที่จะจมคนได้ และสิ่งสำคัญที่ชานนทร์ลืมนึกถึงเกี่ยวกับตัวเองนั้นก็คือ
“นายว่ายน้ำไม่เป็นเหรอ” ธัญญาตกใจ เมื่อรู้ว่าชานนทร์ก็ว่ายน้ำไม่เป็นเช่นกัน
เขาไม่เคยคิดว่า เขาคิดอะไรกับธัญญ์เกินอย่างเพื่อนพี่น้องหรือเปล่า ก็เมื่อถึงวินาทีที่เขารู้สึกห่วงธัญญ์อย่างจับใจนั้น
ชานนทร์รู้แล้วว่าตัวเขาชอบธัญญา แต่ด้วยความเป็นเพื่อน จึงไม่อาจบอกหรือทำให้รู้ได้ออกไป
และอีกครั้งที่ชานนทร์ไม่ได้บอก คือวันที่เขากำลังจะไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น
“ธัญญ์ เรามีอะไรจะบอก” เขาตั้งใจจะให้เจ้าหมีเท็ดดี้ที่ธัญญาเข้าใจว่า ชานนทร์เอาไปให้แอนเพื่อนนักเรียนคนสวยของเธอแล้ว
แต่ด้วยเหตุผลที่ห้าม และไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง ชานนทร์เกลื่อนความรู้สึกและหักห้ามใจ
“เรื่องแมลงสาบน่ะ…แกคิดได้ไง” เป็นคำพูดสุดท้ายที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย
ชานนทร์ซุกเจ้าหมีเท็ดดี้ไว้ในกระเป๋าด้านในของเสื้อนอก กับความจริงที่ต้องปิดความรู้สึกไว้ข้างใน
ที่เขาลังเลใจก่อนจะก้าวเข้าประตูผู้โดยสาร…เพราะไม่กล้า
…..
สองปีถัดมา หญิงสาวพาชายหนุ่มที่เธอคบหากันมา พร้อมกับการ์ดสีชมพูใบหนึ่ง
ชานนทร์ได้เห็นความสัมพันธ์ของธัญญากับพิสิทธิ์ก้าวหน้างอกงาม ทั้งอยู่ในครรลองอันดีและอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่
จนวันที่ธัญญาแจ้งกำหนดการหมั้นหมายแต่งงานต่อเพื่อนสนิทของเธอ
ทุกครั้งที่ธัญญา พูดถึงพิสิทธิ์ ประกายตาจะพราวและแจ่มใส เขาเห็นเธอมีความสุขเวลาได้อยู่กับเขา
“ทำไมนายยังไม่มีแฟนซักทีน่ะ” ธัญญาเคยถามชานนทร์ ที่ดูเหมือนว่าจะเลื่อนลอยไม่คบกับใครจริงๆ สักที
“นายว่าพี่สิทธิ์ เป็นยังไงบ้าง” เมื่อเพื่อนถามเพื่อน ก็ต้องตอบด้วยใจสัตย์ซื่อ
“เขาอบอุ่น ทำให้แกหัวเราะอย่างมีความสุข เป็นผู้ใหญ่และดูแลแกได้” ความจริงที่พูดกับหัวใจทำไมมันสวนทางกันหนอ
ชานนทร์สังเกตเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่เขารักอย่างใกล้ๆ อีกครั้ง น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นอย่างนี้
เธอสวยขึ้นมาก ไม่สิเธอก็สวยอยู่แล้วในใจของเขาเสมอ ความสวยที่ไม่ได้วัดกันด้วยรูปร่างหน้าตา
แต่วัดด้วยคุณค่าและความสำคัญ
“ธัญญ์..” ชานนทร์มองตาที่ซึ่งธัญญ์หันมาสบดูเขาด้วยความสงสัย และตั้งใจฟังว่าจะพูดอะไรต่อ
“ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิมไหม” เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ แต่ก็บีบเค้นหาความเข็มแข็งที่สุดจนกลั้นใจพูดออกมาได้
“ฉันยังจะเป็นเพื่อนแกเหมือนเดิมใช่ไหม ไม่ว่าอย่างไร” ธัญญาเอียงคอด้วยความแปลกใจว่าอะไรทำให้เขาถามอย่างนั้น
“ไม่…เหมือนเดิม” หญิงสาวทำหน้าขึงขัง ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาก่อนที่ชานนทร์จะทำหน้าเหมือนคนที่จะร้องไห้ออกมาจริงๆ
“บ้า…ขี้แย” “ไม่…เหมือนเดิม นั้นหมายถึง ทุกสิ่งจะไม่เปลี่ยนไป แต่จะคงเดิมทุกอย่าง”
ธัญญาจ้องหน้าชานนทร์ เหมือนกับกำลังจะบอกบางสิ่งที่สำคัญ
“ขอบคุณนะสำหรับทุกอย่าง…”
“ขอบคุณสำหรับความรู้สึกที่ดีที่มีให้”
“เราเป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหนแล้วนะ” ธัญญาจับมือของชายหนุ่มแน่นด้วยความอ่อนโยน
“ขอบคุณสำหรับความรักที่มีให้ ฉันรู้เสมอว่าเธอรู้สึกเช่นไร” ธัญญารู้ว่าชานนทร์รักเธอ นานเท่าไหร่แล้วไม่รู้
รอยยิ้มในสายตา ความอบอุ่นผ่านฝ่ามือน้อยๆ ทำให้เขารู้ว่าเธอรักเขาอย่างเพื่อนที่เธอจริงใจที่สุด
…..
…..
…..
จบแล้วครับสำหรับ Bulletin in Love: ไม่…เหมือนเดิม
ถ้าจะลองหาเพลงประกอบเรื่องสั้นเรื่องนี้ได้ เป็นเพลงในอัลบัม Boyd Pod ที่ว่านั่น
คือเพลง “ช่วงที่ดีที่สุด” ที่แม้ว่าจะไม่ได้มีเวลาที่คนที่เรารักอยู่ข้างๆ แล้ว แต่ก็จะจดจำว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุด ที่จะจดจำไปตลอด
“คอย” ผมว่า ชานนทร์คงรู้สึกอย่างนี้ในช่วงเวลาสองปี หลังจากที่เขาได้รู้ว่า ธัญญาได้มีคนที่คบหาอยู่แล้ว
“คำไม่กี่คำ” คือ คำที่ชานนทร์ไม่เคยเอ่ยออกจากปากของเขา เพราะกลัวว่าทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไป
จริงๆ แล้วอยากใส่เพลงในช่วงสองปี ที่ชาน ต้องอยู่กับความจริงที่ว่า คนที่เขารักมีคนรักแล้ว
ภาพในหัวผมมากมาย คงแทนด้วยเพลงดีๆ ให้เป็นความหมายระหว่างบรรทัดไป
(ถ้าอ่านเวอร์ชัื้่นเว็บ หรือ HTML ก็จะใส่ Embed เพลงไปด้วย)
*ผมคุยกับผู้อ่าน
คำตอบบางคำ ผู้ฟังไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ยินอีกฝ่ายตอบว่า “ฉันรักเธอ” เท่านั้น
ชีวิต ความสัมพันธ์ และความผูกพันธ์ มีในรูปแบบต่างๆ
เหมือนอย่างพ่อแม่ที่มีต่อลูกบ้าง ปู่ย่าที่มีต่อลูกหลาน
ความรักที่มีต่อเพื่อน ความผูกพันธ์ยาวนานในมิตรภาพ
หรือความรักบริสุทธิ์ของหนุ่มสาวที่นำไปสู่ความผูกพันธ์จนถึงชีวิตคู่
เรื่องของชานนทร์กับธัญญาสะท้อนความรักความสัมพันธ์อย่างเพื่อนที่จริงใจต่อกัน
แม้มีตัวแปรบางอย่างที่ทำให้บางสิ่งนั้นเปลี่ยน แต่ความรักที่คงอยู่อย่างไรต่างหากที่เราต้องละเอียดอ่อนกับมัน
ธัญญาไม่ได้รักชานนทร์อย่างคนรัก ส่วนชานนทร์ก็รู้ว่าเพื่อนของตนจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเมื่ออยู่ในจุดตรงไหน
รักนั้นไม่ได้คิดเห็นแก่ตัวเองฝ่ายเดียว รักและตัวเองก็มีความสุขด้วย
ผมเชื่อแน่นอนว่าชานนทร์เขาย่อมมีความสุข
ในวันที่ธัญญามีความสุขอย่างแน่นอน
…..
แง่มุมความรักของผม
*ความรักกับความเป็นสากล
ใครเป็นผู้สอนให้คนรัก หรือใครเป็นผู้แรกที่ประดิษฐ์ ความรักนั้นมีมานมนานแค่ไหน
ราวกับว่า ความรัก นั้นตั้งมั่นของมัน เราเองต่างหากที่เป็นผู้ได้เรียนรู้จากการคงอยู่นิรันดร์กาลของความรักนั้น
พระเจ้าผู้เป็นความรัก ผู้ดำรงอยู่ก่อนและกาลนาน ผู้ทรงบรรจุจิตใจที่จะรับรู้ความรักและส่งต่อความรักได้
ความรักไม่ต้องการการสอน หรือถ่ายทอดทางวัฒนธรรม แต่คนทั่วโลกก็มองเห็นและรู้จักประจักษ์ เข้าใจได้ทุกคน
ความรักมีอานุภาพ แม้เพียงเศษเสี้ยวภาพเงาของความรัก ก็มีอานุภาพ และยังคงอยู่
*ความเปลี่ยนแปลงกับความรัก
ทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลง คู่กับคำว่า “ไม่เหมือนเดิม” และผันแปรไปตามสิ่งต่างๆ
แต่นิยามของรักแท้ในใจของมวลมนุษย์ชาติกลับไม่เปลี่ยนไปสักเท่าใด
คำระหว่างบรรทัดด้วยความรัก ที่กล่าวคำว่า
“ไม่…เหมือนเดิม” ลองพูดด้วยความเข้าใจและมาจากความรักสิครับ “ไม่…เหมือนเดิม”
จะเป็นตัวพิสูจน์คนที่รักเรา ว่า แม้มีตัวแปรอย่างไร เขาคนนั้นยังจะยืนยันความรักนั้น
โดยปฏิเสธอย่างแข็งขัน ด้วยคำว่า “ไม่” และ ย้ำให้แน่นอนว่า “เหมือนเดิม” ต่อความรักนั้น
พ่อแม่ ที่อ้าแขนรับลูกของตนที่ทำผิด แล้วบอกกับลูกที่กลับมาหาท่านว่า “ไม่…(พ่อและแม่ ยังรัก) เหมือนเดิม”
เพื่อนที่ไกลห่างไปจากความสัมพันธ์ กลับมาคุ้นเคยกัน ถ้าความผูกพันธ์มาจากรากฐานที่จริงแท้
ความไม่เหมือนเดิม ก็อาจปรับกลับสู่ ความ “ไม่…(ทุกสิ่ง OK และ)เหมือนเดิม
คนรักที่บางครั้งทะเลาะไม่เข้าใจ ถ้ารักกัน ย่อมกลับมา แล้วบอกว่า
“ไม่…(มีความผิดใดที่จะให้อภัยไม่ได้ และเมื่ออภัยให้นั้นทุกอย่างจะ) เหมือนเดิม
คู่รักหลังแต่งงานหลายคู่พบถึงทางแยก ต่างยืนยันว่าความสัมพันธ์ “ไม่เหมือนเดิม” ไม่อาจเดิมร่วมทางได้อีก
นั่นเพราะ “ไม่ (รัก) เหมือนเดิม” ต่างหาก ความรักที่ผันแปรจนไม่รักอีกแล้ว
*ความรักที่ตั้งอยู่นิรันดร์
ถ้าพระเจ้าผู้ดำรงอยู่ เป็นความรัก
แหล่งความรักแท้นิรันดร์ย่อมไม่ทำให้ความรักนั้นเหือดแห้งไป ย่อมมาจากที่ๆ เป็นนิรันดร์
ขอให้ทุกท่านมีความรักนิรันดร์ และดำรงอยู่ในหัวใจทุกดวงนะครับ
Trendy Teddy
ปล.ผมรู้ว่าผู้อ่านขี้เกียจเปิดเว็บแล้วหาว่า “รหัสตุ๊กตาเท็ดดี้” ของผมแปลว่าอะไร
มันแปลว่า “I love you” ครับ อย่าเอาไปบอกผู้หญิงคนไหนนะครับ เนิร์ดตายเลย